กองบรรณาธิการ


บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมกับ กรมราชทัณฑ์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนาระบบตู้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับกรมราชทัณฑ์ (DOC Prompt Post) ภายใต้แพลตฟอร์ม Prompt Post ยกระดับการรับ–ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้ต้องขังและญาติ ให้สะดวก รวดเร็ว และเป็นไปตามข้อกำหนดและขั้นตอนการปฏิบัติงานภายในเรือนจำ
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารของไปรษณีย์ไทย เข้ากับภารกิจของกรมราชทัณฑ์ โดยไปรษณีย์ไทยได้นำศักยภาพของแพลตฟอร์ม Prompt Post มาพัฒนาระบบตู้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้การรับ–ส่งจดหมายระหว่างผู้ต้องขังและญาติสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ตรวจสอบสถานะได้ และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล ช่วยลดขั้นตอนแบบเดิม ลดการใช้เอกสารกระดาษ และทำให้การติดต่อสื่อสารมีความคล่องตัวมากขึ้น สอดคล้องกับแนวคิด “Document less, Live more” ที่มุ่งลดภาระงานเอกสาร ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทุ่มเทเวลาให้กับภารกิจหลักได้มากขึ้น และเปิดโอกาสให้ญาติสามารถส่งข้อความถึงผู้ต้องขังได้อย่างเป็นระบบ
ดร. ดนันท์ กล่าวต่อว่า ระบบตู้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์จะมีการแยกโครงข่ายการใช้งานอย่างชัดเจน โดยบุคคลภายนอกจะส่งข้อมูลผ่านระบบ Internet เข้าสู่ระบบจัดการกลางของไปรษณีย์ไทย ขณะที่ผู้ต้องขังจะใช้งานผ่านระบบ Intranet ภายใต้โครงข่ายของกรมราชทัณฑ์ โดยไม่เชื่อมต่อกับ Internet โดยตรง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมและรักษาความปลอดภัยสูงสุด อย่างไรก็ตาม ไปรษณีย์ไทย ได้ทดลองให้บริการ ระบบตู้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำ 5 แห่ง ในช่วง 3-4 ที่ผ่านมาประกอบด้วย เรือนจำกลางบางขวาง, ทัณฑสถานหญิงธนบุรี, เรือนจำจังหวัดนนทบุรี, เรือนจำกลางสมุทรปราการ และเรือนจำพิเศษพัทยา มีการส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้ต้องขังมากกว่า 2,500 ฉบับ ในอนาคตมีแผนที่จะพัฒนาความร่วมมือในการจำหน่ายสินค้าจากผู้ต้องขังผ่านระบบอีคอมเมิร์ซของไปรษณีย์ไทยด้วย
“โครงการพัฒนาระบบตู้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับกรมราชทัณฑ์ (DOC Prompt Post) ภายใต้แพลตฟอร์ม Prompt Post เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตสำหรับผู้ต้องขังและทำให้ญาติสามารถส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไปยังผู้ต้องขังได้สะดวก รวดเร็วมากขึ้น ในอนาคตคาดว่าจะสามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อระหว่างญาติและผู้ต้องขังได้สะดวกมากยิ่งขึ้น” ดร.ดนันท์ กล่าว
พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า การลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ในด้านการพัฒนาระบบการรับ–ส่งไปรษณียภัณฑ์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการติดต่อสื่อสาร ตลอดจนการสนับสนุนภารกิจด้านการบริหารงานราชทัณฑ์ให้มีความรวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ด้านการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบการบริหารราชการแผ่นดินโดยรวม อีกทั้ง เป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาพฤตินิสัยด้วยการพัฒนาระบบการสื่อสารในเรือนจำ สร้างมาตรฐานใหม่อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง ซึ่งถือเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ต้องขังและครอบครัวให้เกิดขวัญกำลังใจ ปรับทัศนคติการดำเนินชีวิตในระหว่างต้องโทษ พร้อมกลับคืนสู่สังคมได้อย่างปกติสุข ไม่หวนไปกระทำผิดซ้ำอีก

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองหน่วยงานในการพัฒนาระบบราชการสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม สร้างมาตรฐานใหม่ด้านการสื่อสารภายในเรือนจำที่มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและผู้ใช้บริการทุกภาคส่วน และกรม ราชทัณฑ์ มีแผนที่จะขยายบริการครบ 143 เรือนจำทั่วประเทศภายใน ปี 2569
#ไปรษณีย์ไทย #กรมราชทัณฑ์ #PromptPost #ThaiSMEs