กองบรรณาธิการ

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า จากกรณีที่มีการละเมิดผู้ใช้บริการขับขี่สาธารณสุขบนแพลตฟอร์มโบลท์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ที่ผ่าน โดยผู้ขับขี่หรือไรเดอร์ของแอปพลิเคชัน โบลท์ ไม่ปฎิบัติตามที่ผู้ว่าจ้างให้ไปส่งที่บ้านและผู้ให้บริการไม่ได้ให้บริการตามผู้ใช้บริการระบุ ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนหญิงอายุ 14 ปีนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้น เนื่องจากมองว่าบริการแอปพลิเคชันด้านขนส่งสาธารณะมีระบบที่มีความเชื่อมั่นและเชื่อถือได้ ขณะที่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามนั้น กระทรวงฯ พยายามสนับสนุนให้แพลตฟอร์มที่ให้บริการด้านขนส่งสาธารณะจัดการให้เป็นระบบและจะต้องดำเนินการบังคับใช้ตามกฎหมายอย่างเต็มรูปและจะมีการเยียวยาในเบื้องต้นกับผู้เสียหายเช่นกัน
ทั้งนี้กระทรวงอยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะแก้ไขกฎหมายโดยเพิ่มโทษและจะขยายโทษผู้กระทำผิดโดยพิจารณาโทษเพิ่มจากกฎหมายที่ EDTA เดิมหรือกฎหมายที่มีอยู่
ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(ETDA)กล่าวว่า กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบริการ Ride Sharing สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการ ยกระดับความเข้มข้นของการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ
ETDA ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล ภายใต้กฎหมาย DPS ไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่ผ่านมาได้มีการดำเนินงานแบบคู่ขนาน ทั้งการดำเนินงานตามกฎหมายอย่างจริงจัง รวมไปถึงการหารือร่วมกับ กรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มRide Sharing ได้มีการเชิญผู้ให้บริการเข้าหารือเพื่อกำชับถึงการดำเนินงานและการให้บริการให้สอดคล้องกับ “ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มบริการรถโดยสารสาธารณะ หรือประกาศ Ride Sharing Platform ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569
ทั้งนี้ จากการติดตามพบว่า บางแพลตฟอร์มยังมีมาตรการตรวจสอบที่ ไม่เข้มข้นเพียงพอตามที่ประกาศกำหนด โดยเฉพาะในเรื่องการยืนยันตัวตนของผู้ขับ ETDA จึงได้สั่งการให้แพลตฟอร์มดิจิทัลในฐานะผู้ให้บริการ เร่งยกระดับกระบวนการดังกล่าวให้รัดกุมมากขึ้น เช่น การยืนยันตัวตนผู้ขับให้เป็นบุคคลเดียวกับที่ลงทะเบียนในทุกครั้งที่ให้บริการ เพื่อป้องกันการสวมรอยบัญชีผู้ขับ และการใช้รถผิดประเภทหรือต้องเป็นรถและผู้ขับที่จด รย.17 รย.18 ตามข้อบังคับของ กรมการขนส่งทางบก
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยทาง ETDA ได้มีหนังสือเรียกให้ผู้ให้บริการ เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมให้เร่งมาตรการเร่งด่วน ได้แก่การระงับบัญชีผู้ขับที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ และการแจ้งเตือนไปยังแพลตฟอร์มอื่นเพื่อตรวจสอบและป้องกันไม่ให้ผู้ขับรายดังกล่าวไปให้บริการในระบบอื่น รวมถึงให้เร่งปรับปรุงระบบการคัดกรองและยืนยันตัวตนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศRide Sharing Platform กำหนด
หากเจ้าหน้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าแพลตฟอร์มไม่ปฏิบัติตามประกาศ เช่นปล่อยให้มีผู้ขับที่ใช้รถผิดประเภท ไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ หรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด อาจนำไปสู่การออกคำสั่ง ห้ามประกอบธุรกิจ และหากไม่แก้ไขภายใน 90 วัน อาจถูก ถอนการรับแจ้ง และเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายหากยังคงให้บริการต่อไป
ETDA ย้ำว่า บทบาทสำคัญของหน่วยงาน คือการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด การกำกับดูแลให้แพลตฟอร์มมีระบบบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสมโดยเฉพาะการตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้ให้บริการ ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของความปลอดภัยในระบบ Ride Sharing
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นผู้ขับขี่ไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะและมีการสวมสิทธิ์ในการใช้ไอดีที่ไม่ได้รับอนุญาตในการให้บริการสาธารณะ มาให้บริการประชาชน ดังนั้นกรมจะต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัดกับผู้ให้บริการและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโบลท์ซึ่งเป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้แจ้งความกับตำรวจเรียบร้อยแล้ว
พล.ต.ต. ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีที่น่าสนใจกับประชาชนและอยู่ในการดูแลของ สน.หนองแขม และได้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดในวันถัดมาหลังจากได้รับแจ้งเหตุ
สำหรับโทษที่แจ้งข้อหากับผู้กระทำความผิด มี 2 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขัง มีโทษจำคุกปรับไม่เกิน 3 ปี ปรับ 60,000 บาท และคดีพรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 18 ปี มีโทษจำคุก 2-10 ปี ปรับ 40,000 – 200,000 บาท
นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป โบลท์ ประเทศไทย กล่าวว่า โบลท์ได้ลงโทษผู้กระทำความผิดและได้บล็อกไอดีผู้ให้บริการถาวรบนแพลตฟอร์มโบลท์และโบลท์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ โดยในปีที่ผ่านมาได้บล็อกผู้ขับขี่หรือผู้ให้บริการไรเดอร์ที่ไม่ได้รับมาตรฐานขอลโบลท์ประมาณ40,000 รายและในกรณีที่เกิดขึ้นโบลท์ไม่ได้นิ่งนอนใจและจะยกระดับความปลอดภัยของผู้โดยสารหรือผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้นโดยจะเพิ่มฟีเจอร์ที่ผู้ใช้บริการสามารถโทรศัพท์ไปหาญาติหรือตำรวจและมีระบบติดตามการเดินทางเพิ่มมากขึ้น(Tracking) รวมถึงใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยให้การเดินทางมีความปลอดภัยมากขึ้น
#ดีอี #โบลท์ #ThaiSMEs #ETDA