กองบรรณาธิการ

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ชี้ SMEs ไทย มีความพร้อมมากขึ้นจากปี 68 ถึงแม้จะอยู่ในระดับ Digital Follower โดยมีการใช้ดิจิทัลในธุรกิจมากขึ้น แต่ยังมี Gap ที่ต้องเร่งปิดต่อ พร้อมเผยภาพรวม SMEs 4 ภูมิภาค ใช้ดิจิทัลเพื่อการสื่อสาร–เพิ่มยอดขาย ลุยเกมรุกต่อเนื่องกับโครงการ SMEs Growth 2026 ขยายโมเดลเดินหน้าเชื่อมพาร์ทเนอร์ ทั้ง depa, สสว., SME D Bank และ บสย. เสริมจุดแข็ง ดัน SMEs ไทย 16 จังหวัด 4 ภูมิภาค ใน Sector ที่มีศักยภาพ ให้เติบโตอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เสริมยอดขาย ลดต้นทุน สร้างโอกาสทางธุรกิจกระตุ้นยอดเศรษฐกิจดิจิทัลไทย รับนโยบาย 10 Plus ของรัฐบาล
นายมีธรรม ณ ระนอง รองผู้อำนวยการ ETDA เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา SMEs ไทยเริ่มปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัลมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ภาพรวมยังสะท้อนจากผลสำรวจสถานะการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Digital Maturity Index Survey) ปี 2568 ของ ETDA พบว่า แม้ความพร้อมด้านดิจิทัลของSMEs ไทยอยู่ที่ 2.45 จาก 4.00 คะแนน โตขึ้น 3.81% แต่ก็ยังอยู่ในระดับ Digital Follower กล่าวคือ เริ่มใช้เทคโนโลยีแล้วบางส่วน แต่ยังใช้ได้ไม่เต็มศักยภาพมากพอที่จะสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดหรืออุตสาหกรรมประกอบกับจากการลงพื้นที่พูดคุยเชิงลึกกับ SMEs ใน 4 ภูมิภาคช่วงที่ผ่านมา พบว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มใช้ดิจิทัลแล้ว แต่ยังไม่สามารถนำไปใช้ให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเต็มที่ มีการใช้งานดิจิทัลในระดับพื้นฐาน เช่น Social Media หรือระบบ POS ที่เน้นเพียงการขายและการสื่อสาร ในขณะที่ Core Business ที่สำคัญจริงๆ ยังใช้ไม่มาก ทั้งที่่สามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ได้อีก ไม่ว่าจะเป็น การใช้ดิจิทัลเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล (Data) ลูกค้า ยอดขาย หรือสต๊อกสินค้า การปรับหรือเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานในองค์กร (Process) รวมถึง การวางกลยุทธ์ (Strategy) เพื่อสร้างการเติบโตในธุรกิจ เป็นต้น โดยหากสามารถช่วยกันสนับสนุน SMEs ในจุดนี้ได้ ก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจได้มากขึ้น เพราะ SMEs จำนวนมากยังติดกับดักในมุมของการตัดสินใจ ตลอดจนความไม่มั่นใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร รวมไปถึงการประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนในการเลือกใช้้เทคโนโลยีในกระบวนการดำเนินงาน
ดังนั้น ETDA ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจหนึ่งในการร่วมส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ให้พร้อมสร้างโอกาสด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลในการ Transform ธุรกิจ รวมไปถึงการนำเทคโนโลยี AI เข้าไปสนับสนุนผู้ประกอบการ ประกอบกับนโยบายของ ‘10 Plus ของรัฐบาล’ (ด้านที่ 8 : AI Technology) พลิกฟื้นเศรษฐกิจดิจิทัล จึงถือเป็นโอกาสในการเปิดเกมรุกอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการใหญ่‘SMEs GROWTH 2026’ ที่จับมือพาร์ทเนอร์ ทั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.),ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) ปูพรมลงพื้นที่ ‘จัดกิจกรรม Roadshow ขยายพื้นที่ พัฒนาโมเดลตอบสนองประเด็น Pain point จาก SMEs เพื่อแชร์ความรู้ด้านดิจิทัลที่จำเป็น ลงมือปฏิบัติจริงผ่าน Workshop เปิดคลินิกให้คำปรึกษา จัด Booth Showcase เทคโนโลยีดิจิทัลหลากหลายบริการพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ และ Business Matching จับคู่ธุรกิจ’ เพื่อปิดจุดอ่อน เสริมจุดแข็ง ดัน SMEs ไทย ที่ปี 69 นี้ได้ขยายพื้นที่ใน 4 ภูมิภาค รวม 16 จังหวัด ได้แก่ ได้แก่ ภาคเหนือ ในพื้นที่ เชียงใหม่ เชียงราย นครสวรรค์ พิษณุโลกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่ ขอนแก่น บุรีรัมย์ อุบลราชธานี อุดรธานี ภาคตะวันออก ในพื้นที่ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และ ภาคใต้ ในพื้นที่ สงขลานครศรีธรรมราช ยะลา กระบี่ มุ่งเน้น 3 Sector หลัก ได้แก่ ธุรกิจภาคการค้า ธุรกิจภาคบริการ (ท่องเที่ยว โรงแรม ฯลฯ) ธุรกิจภาคอุตสาหกรรม (การผลิตต่างๆ) โดยการเลือกพื้นที่ดังกล่าว พิจารณาจากข้อมูลหลายมิติ ทั้งผลสำรวจ Digital Maturity Index สภาพเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัด โอกาสการเติบโตของธุรกิจ ทิศทางการพัฒนาจังหวัดที่สอดคล้องกับการนำเทคโนโลยีไปใช้ รวมถึงความเป็นไปได้ในการสร้างผลลัพธ์จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่ผู้ประกอบการ
SMEs Growth 2026 จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 มีเป้าหมายเพื่อให้ SMEs ไทยมีโอกาสเติบโตที่เพิ่มมากขึ้น ก้าวผ่านช่วงวิกฤติทางเศรษฐกิจ ด้วยเครื่องมือทางเทคโนโลยีดิจิทัล เพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ ลดต้นทุน โดย ETDA ได้มีการแชร์ข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์จากสถานการณ์ SMEs ของไทยในปัจจุบัน ผนวกกับการ Facilitate เพื่อเชื่อมโยงจุดแข็งของแต่ละหน่วยงาน ทั้ง เครื่องมือ มาตรการ และทรัพยากร ฯลฯเพื่ออำนวยความสะดวกให้ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการเข้าถึงได้ในคราวเดียว โดยตัวอย่างเครื่องมือสำคัญ ได้แก่
· ETDA ที่มาพร้อมองค์ความรู้และเครื่องมือด้านดิจิทัล ครอบคลุมทั้ง e-Tax Invoice by Timestamp, Digital ID, e-Signature, e-Contract รวมถึง เครื่องมือวัดความพร้อม Digital Maturity Index (DMI) และ AI Readiness ที่ ETDA มี ในการวิเคราะห์เพื่อให้ผู้ประกอบการเห็นภาพชัดว่าตนเองอยู่ตรงไหน รวมถึงหลักสูตรการพัฒนาทักษะดิจิทัล และเครือข่าย Digital Provider ที่พร้อมจับคู่ธุรกิจ
· depa มีมาตรการ D-Transform สนับสนุนการลงทุนด้านดิจิทัล 50% ไม่เกิน200,000บาทต่อรายสำหรับ SMEs ที่ต้องการใช้ Digital Solution และ D-Voucher ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยทดลองใช้เทคโนโลยีดิจิทัลโดยไม่มีค่าใช้จ่ายฟรี 6 เดือน เพื่อลดเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
· สสว. มีโครงการ BDS (SME ปัง ตังได้คืน), สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาธุรกิจแบบร่วมจ่ายสูงสุด 50–80% ไม่เกิน 500,000 บาทต่อรายต่อปี ด้าน SME D Bank มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อเติมทุน ดอกเบี้ยต่ำ เสริมสภาพคล่องและรีไฟแนนซ์เช่น สินเชื่อ SME D พร้อม วงเงินสูงสุด 50 ล้านบาท และสินเชื่อปลุกพลัง SME วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท
· บสย. ช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยกลไกค้ำประกันสินเชื่อ เป็นต้นทั้งหมดนี้ ทำให้ SMEs ไม่ต้องเผชิญกับการลองผิดลองถูกเพียงลำพัง แต่สามารถเข้าถึงทั้งองค์ความรู้ เครื่องมือ เงินทุน และผู้เชี่ยวชาญได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา การเลือกเทคโนโลยี ไปจนถึงการนำไปใช้จริงและวัดผลลัพธ์ทางธุรกิจ
เนื่องจาก SMEs ที่ ETDA โฟกัสในแต่ละพื้นที่ มีขนาดธุรกิจและความพร้อมด้านดิจิทัลของแต่ละ Sector แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้มีการพัฒนาโมเดลให้เหมาะกับ Sector ต่างๆ มากขึ้น การดำเนินงานของ SMEs Growth 2026 จึงมีกระบวนการตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหาผ่านเครื่องมือที่มี และการ Focus Group เพื่อรับฟังมุมมองจากผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ ทำความเข้าใจบริบทเศรษฐกิจ ความท้าทาย และ Pain Point เชิงพื้นที่ ก่อนเข้าสู่กระบวนการ SMEs Check-up เพื่อวัดความพร้อมของผู้ประกอบการในมิติต่างๆ ช่วยให้ธุรกิจรู้จักตัวเองชัดขึ้นว่าขาดอะไรและควรเสริมจุดใด ต่อด้วยกิจกรรม Roadshow และWorkshop ใน 4 ภูมิภาค ที่ ETDA และพาร์ทเนอร์ แปลงข้อมูล Insight ที่ได้จากพื้นที่มาเป็นเนื้อหาและกิจกรรมที่ตอบโจทย์จริง ทั้งการแชร์ประสบการณ์จากSuccess Case การเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีในธุรกิจผ่านกิจกรรมต่างๆ โดยยังร่วมมือกับ Digital Provider ผ่าน Business Matching ที่จะจับคู่ระหว่าง SMEs กับDigital Provider เพื่อให้เกิดการนำดิจิทัลไปใช้เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจ หลังจากนั้นETDA ก็จะมีการติดตามและประเมินผลการใช้งาน เพื่อวัดผลกระทบทางเศรษฐกิจทั้งในมุมของการเติบโตของธุรกิจ การลดต้นทุน หรือประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมค้นหา Success Case ที่สามารถ Transform ได้จริง เพื่อนำไปขยายผลเป็นโมเดลต้นแบบสำหรับ SMEs ในกลุ่มอื่นต่อไป
“เป้าหมายของโครงการ SMEs Growth 2026 เน้นการผนวกจุดแข็งของพาร์ทเนอร์นำเครื่องมือ ความเชี่ยวชาญ มุ่งสร้างโอกาสและช่วยเหลือ SMEs ไทย โดยมองว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือที่ไม่เพียงแค่ ใช้เพื่อความอยู่รอด แต่ได้กลายเป็นเครื่องมือพื้นฐาน ใช้เพื่อการเติบโต เพื่อสร้างศักยภาพทางการแข่งขันของผู้ประกอบการในระยะยาว เพราะในวันที่ต้นทุนธุรกิจสูงขึ้น การแข่งขันรุนแรงขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วขึ้น ดิจิทัลไม่ใช่เพียงเครื่องมือเสริมอีกต่อไป พร้อมกันนี้ ETDA ยังมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของ SMEs ไทย เห็นว่าเป็นกลุ่มที่จะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และมีผลต่อการเพิ่มขึ้นของ GDP ประเทศได้จริง” นายมีธรรม กล่าว
#ETDA #ThaiSMEs