สสว. ทุ่มงบกว่า 2 พันล้านบาท เติมทุน–ฟื้นฟู–ดันตลาดใหม่ สร้างโอกาส เสริมแกร่ง ขยายศักยภาพ ให้ SME ไทยเติบโตสู่ตลาดโลก

กองบรรณาธิการ

ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยในการแถลงข่าว สสว. มอบของขวัญปีใหม่ SME ไทย 2569ม ว่า สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลเพื่อส่งเสริม SME ให้ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ ในปีใหม่ 2569 สสว. ได้เตรียมมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตเฉพาะหน้า ทั้งอุทกภัยในภาคใต้และสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา รวมถึงการยกระดับศักยภาพ SME ทั่วประเทศ วงเงินรวม 2,150 ล้านบาท เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ต้อนรับปี 2569

​ทั้งนี้ ในปี 2568 SME ไทยเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ตั้งแต่การแข่งขันจากสินค้านำเข้า ความผันผวนเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากร โดยเฉพาะช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ และปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อ SME ในวงกว้าง

​ปัจจุบัน ประเทศไทยมี SME รวม 3.26 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 99.5 ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ สร้างการจ้างงานกว่า 13.4 ล้านคน หรือเกือบ 70% ของการจ้างงานทั้งหมด และในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2568 SME สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ(SME GDP) กว่า 4.45 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 34.8 ของ GDP ประเทศ

​สำหรับผลกระทบเชิงพื้นที่ อุทกภัยในภาคใต้กระทบ SME กว่า 2.8 แสนราย การจ้างงานกว่า 9.1 แสนคน ขณะที่สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลต่อ SME ใน7 จังหวัด รวมเกือบ 2.8 แสนราย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการค้าชายแดนมูลค่าส่งออกกว่า517 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ​

​ดร.ปณิตา ยังระบุว่า ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว สสว. จึงเตรียมดำเนิน 3 มาตรการหลัก เป็นของขวัญปีใหม่แก่ SME ได้แก่

​1. มาตรการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและปัญหาชายแดน

​เน้นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถพลิกฟื้นกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการดำเนินโครงการ SME ปัง ตังได้คืน หรือโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service) อุดหนุนค่าบริการพัฒนาธุรกิจแก่ผู้ประกอบการ SME แบบร่วมจ่าย (Co-Payment) ในสัดส่วนพิเศษร้อยละ 50 ขยายวงเงินสูงสุดถึง 5 แสนบาทต่อราย จากสัดส่วนการสนับสนุนปกติไม่เกินรายละ 2 แสนบาทและ สสว.ยังได้ผนึกกำลังกับ SME D Bankสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อฟื้นฟู–ซ่อมแซมกิจการจากอุทกภัย ส่งเสริมการขยายธุรกิจ ไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท รวมวงเงินงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท

​2. มาตรการด้านเงินทุน เสริมแกร่ง SME

​สสว.มุ่งเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านธุรกิจให้เท่าทันสถานการณ์โลกด้วยการเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำรวม 1,200 ล้านบาท สำหรับ 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1) กลุ่มTransformation Fund เน้นยกระดับธุรกิจให้เท่าทันโลก สอดคล้องการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในระดับสากล วงเงินกู้ประมาณ 10 ล้านบาทต่อราย 2) กลุ่ม Enhancement Fundเน้นขยายศักยภาพของธุรกิจที่มีความพร้อมเติบโตสู่การแข่งขันระดับโลก อาทิ ธุรกิจดิจิทัล ธุรกิจบริการด้านสุขภาพ ธุรกิจหุ่นยนต์อัจฉริยะธุรกิจสร้างสรรค์ วงเงินกู้ประมาณ 10-15 ล้านบาทต่อราย และ 3) กลุ่ม Tourism & Related Fund เน้นเสริมสภาพคล่องให้กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว วงเงินกู้ประมาณ 2 ล้านบาทต่อราย

​โดยมาตรการนี้เน้นการปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำเพียงร้อยละ 1 ต่อปี ปลอดชำระเงินต้น 1 ปี ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 5 ปี

​3. มาตรการด้านการตลาด เปิดประตูสู่ตลาดใหม่

​ผ่านโครงการ Thai SMEs New Opportunity Gateways วงเงิน 600 ล้านบาทสนับสนุนช่องทางการขยายตลาดใหม่ ๆ ในต่างประเทศ พร้อมหนุนธุรกิจไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลกและสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไปพร้อมกัน ผ่านการจับคู่ธุรกิจ โรดโชว์ และงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างแบรนด์ประเทศไทยให้เติบโตเป็นที่รู้จัก โดยอุดหนุนค่าใช้จ่ายสูงสุด 80% คาดสร้างมูลค่า

​“มาตรการทั้งหมด สสว.ขอมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับ SME ไทย คาดว่าจะช่วยSME ที่ได้รับผลกระทบและ SME ทั่วไปมากกว่า 15,000 ราย ให้สามารถฟื้นตัวจากวิกฤติ เสริมสภาพคล่อง ยกระดับศักยภาพการแข่งขัน และขยายโอกาสสู่ตลาดใหม่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมมากกว่า 10,000 ล้านบาท พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในปี 2569” รักษาการ ผอ.สสว.กล่าว

#สสว. #ThaiSMEs

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *