กองบรรณาธิการ

Alibaba.com แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบธุรกิจสู่ธุรกิจ (B2B) ชั้นนำระดับโลกเปิดตัว Accio ผู้ช่วยธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Agentic AI สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ชูจุดขายเป็นทีม AI Agent ที่สามารถจัดการงานได้อัตโนมัติอย่างครบวงจร เสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยก้าวข้ามข้อจำกัดเชิงโครงสร้างด้านการส่งออก โชว์ลิสต์ 5 กลุ่มสินค้าส่งออกยอดนิยม ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ความงามและของใช้ส่วนบุคคลชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นายโรเจอร์ ลัว หัวหน้าฝ่ายธุรกิจภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของAlibaba.com กล่าวว่า
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตและการค้าที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจ ธุรกิจกลุ่มนี้มีจำนวนกว่า 3.1 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของธุรกิจทั้งหมดในประเทศ และสร้างการจ้างงานมากกว่า 70% ของทั้งประเทศ อย่างไรก็ตาม แม้SMEs จะมีส่วนขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ราว 35% แต่กลับมีสัดส่วนในมูลค่าการส่งออกรวมของไทยไม่ถึง 15% ช่องว่างนี้สะท้อนถึงศักยภาพของผู้ผลิตไทยที่ยังไม่ได้รับการต่อยอดอย่างเต็มที่ และโอกาสอีกมากในการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก
ที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ Alibaba.com และเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนสิงหาคมปี 2569 จำนวนรายการสินค้าจากผู้ขายไทยบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นกว่า 150% ขณะที่การสอบถามข้อมูลจากผู้ซื้อเพิ่มขึ้นกว่า 90% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าสินค้าที่ผลิตในไทยบนแพลตฟอร์มมีความหลากหลายมากขึ้น และผู้ขายมีการดำเนินธุรกิจอย่างคึกคัก การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากความต้องการของตลาดต่างประเทศที่แข็งแกร่งในกลุ่มสินค้าสำคัญ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ความงามและของใช้ส่วนบุคคลชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค อีกทั้งเห็นแนวโน้มสำคัญของกลุ่มสินค้าใหม่ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากผู้ซื้อในต่างประเทศคือ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
“พันธกิจของเราในประเทศไทย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การนำผู้ประกอบการมาเปิดร้านบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ แต่เรามุ่งเสริมขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการไทย ดำเนินธุรกิจได้ทัดเทียมองค์กรขนาดใหญ่ ตั้งแต่การค้นหาผู้ซื้อทั่วโลกที่มีความตั้งใจซื้อสูง การเจรจาธุรกิจหลากหลายภาษาโดยอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมงไปจนถึงการจัดการข้อกำหนดการค้าระหว่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น เราพัฒนาAccio มาเพื่อช่วยให้ SMEs ไทยและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจด้วยตนเองก้าวข้ามอุปสรรคในการค้าข้ามพรมแดน ลดช่องว่างด้านทรัพยากรที่เป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง และขยายธุรกิจให้เติบโตสู่ตลาดโลก” นายโรเจอร์ กล่าว
ทั้งนี้ Accio ทำหน้าที่เสมือนทีมผู้เชี่ยวชาญ AI ที่พร้อมเริ่มงานได้ทันที โดยประกอบด้วย AI Agent ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและสามารถประสานงานกันได้ด้วยตนเอง เพื่อดูแลกระบวนการส่งออกอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยตลาด วางแผนสินค้า จัดหาสินค้าและซัพพลายเออร์ เจรจาต่อรองราคา จัดทำรายการสินค้าในหลายภาษา ไปจนถึงการทำตลาดทั่วโลกและบริหารหน้าร้านออนไลน์ ทั้งหมดนี้ ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องตั้งค่าระบบที่ซับซ้อนหรือมีทักษะการเขียนโค้ด เพียงระบุแนวทางและเป้าหมายทางธุรกิจ Accio ก็สามารถนำไปดำเนินการต่อได้ด้วยตนเองตั้งแต่ต้นจนจบ ก้าวข้ามขีดความสามารถของ AI สนทนาทั่วไป สู่การลงมือทำงานได้ด้วยตนเองตลอดกระบวนการ
นอกจากนี้ Alibaba.com ยังเปิดตัว “Smart Assistant Agent” ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย Accio และผสานการทำงานไว้ในระบบจัดการร้านค้า Alibaba.com Seller Workbench โดยตรง ช่วยให้ผู้ขายเข้าถึงขีดความสามารถด้าน AI ของAccio ได้ในทุกมิติ จัดการขั้นตอนการค้าที่ซับซ้อนให้ลื่นไหลยิ่งขึ้น โดยที่ไม่ต้องสลับไปใช้งานแพลตฟอร์มอื่น
“นี่คือจุดที่ AI สามารถเข้ามาสร้างความแตกต่างได้อย่างแท้จริง ด้วย AI ผู้ประกอบการ SME ไทยไม่จำเป็นต้องมีทีมงานขนาดใหญ่เพื่อแข่งขันในตลาดโลกอีกต่อไปแม้แต่ธุรกิจขนาดเล็กก็สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เชื่อมต่อกับผู้ซื้อจากต่างประเทศได้มากขึ้น และขยายเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ ได้อย่างมั่นใจ” นายโรเจอร์กล่าว

นายวุฒิศักดิ์ กาญจนาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวว่า เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทมากขึ้นในการเสริมศักยภาพทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดต่างประเทศ ธุรกิจไทย โดยเฉพาะ SMEs จึงต้องปรับตัวให้ทันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และนำเครื่องมือดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เข้าใจตลาดได้ดียิ่งขึ้น เข้าถึงผู้ซื้อในต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก

นายอีธาน หวัง หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับผู้ขายระดับโลกของAlibaba.com กล่าวว่า ภาคการส่งออกไทยยังคงเติบโตอย่างน่าสนใจ โดยในปี2568 มีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 339,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 12.9% และแนวโน้มนี้ยังคงต่อเนื่อง สะท้อนผ่านจำนวนรายการสินค้าจากผู้ขายไทยบนแพลตฟอร์ม Alibaba.com และการสอบถามข้อมูลจากผู้ซื้อที่เพิ่มขึ้นสูงมากจากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ที่ต้องการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศยังเผชิญความท้าทายในการดำเนินงานหลายด้าน ทั้งการใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมากเพื่อเรียนรู้ตลาดต่างประเทศที่มีความแตกต่างกัน ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศแบบ B2B และภาระงานจำนวนมากที่ยังต้องอาศัยคนจัดการ ตั้งแต่โลจิสติกส์ การรับและชำระเงินระหว่างประเทศ ไปจนถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อกำหนดต่าง ๆ
ทั้งนี้ Accio เข้ามาช่วยผู้ประกอบการแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้างเหล่านี้ โดยมุ่งเน้น3 ด้านหลัก ได้แก่
● ให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์: ให้คำแนะนำเชิงลึกด้านการเข้าสู่ตลาดใหม่ การจัดประเภทสินค้าตามพิกัดศุลกากร และการวางกลยุทธ์ตามหมวดสินค้า โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกด้านการค้าโลกแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจความเคลื่อนไหวของตลาดที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น
● เสริมทีมงานดิจิทัลที่พร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง: ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อดูแลโอกาสทางการค้าในแต่ละขั้นตอน คัดกรองผู้ซื้อที่มีศักยภาพ และตอบข้อซักถามของผู้ซื้อได้ในหลายภาษา ครอบคลุมทุกเขตเวลา โดยไม่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการบริหารหรือจ้างพนักงานเพิ่ม
● จัดการงานบริหารห่วงโซ่อุปทานโดยอัตโนมัติ: ดูแลงานประจำ ทั้งการปรับปรุงแค็ตตาล็อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพ การจัดทำรายการสินค้า และกระบวนการปฏิบัติตามกฎระเบียบในการดำเนินงาน ช่วยให้เจ้าของธุรกิจมีเวลาไปมุ่งเน้นงานเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ เช่น การพัฒนาสินค้าและการเจรจากับซัพพลายเออร์
“เราพัฒนา Accio เพื่อให้ SMEs มีทีม AI ที่พร้อมเริ่มงานได้ทันที ใช้งานง่าย ทำงานได้อย่างมืออาชีพยิ่งขึ้น และดำเนินงานได้ด้วยตนเองมากขึ้น Accio จะช่วยเปิดมิติใหม่ให้ธุรกิจที่มีทีมงานขนาดเล็กสามารถแข่งขันและประสบความสำเร็จในเวทีโลกด้วยการช่วยให้ผู้ประกอบการเริ่มต้นธุรกิจได้เร็วขึ้น ตัดสินใจได้อย่างรอบด้าน และดำเนินธุรกิจได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นายอีธาน กล่าว
#Alibaba.com #Accio #AgenticAI #ThaiSMEs