กองบรรณาธิการ

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ผนึกกำลัง 4 ภาคีสำคัญด้านการศึกษาของไทย สพฐ. สมศ. สสวท. และมหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมเอ็มโอยู “โครงการขับเคลื่อนธรรมาภิบาลและการใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีจริยธรรมในการศึกษาไทย” วางรากฐานการใช้ AI อย่างปลอดภัย มีจริยธรรม และรับผิดชอบ ตั้งเป้าผลักดัน ‘หลักสูตรการใช้ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรมเพื่อการศึกษา’ ครอบคลุมโรงเรียนทั่วประเทศใน 2 ปี

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(สพธอ.) หรือ ETDA กล่าวว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ETDA ได้มีทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านการศึกษา 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และมหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อวางรากฐานระบบนิเวศธรรมภิบาล AI เพื่อการศึกษาไทย และผลักดันให้เกิด ‘หลักสูตรการใช้ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรมเพื่อการศึกษา’ ซึ่งปัจจุบันถูกนำไปบูรณาการด้านการเรียนการสอนในโรงเรียนเครือข่ายแล้ว 100 แห่ง แบ่งเป็น โรงเรียนในสังกัด สพฐ. 80 แห่ง และโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) 20 แห่ง รวมทั้ง การพัฒนาครูแกนนำ 100 คน สร้างเครือข่ายครูขยายผลแล้ว 2,400 คน ปลูกฝังความฉลาดรู้ AI Literacy & Ethics แก่นักเรียนแล้วไม่น้อยกว่า 4,800 คน
โดยเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ภาคีเครือข่ายในโครงการนี้ได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) “โครงการขับเคลื่อนธรรมาภิบาลและการใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีจริยธรรมในการศึกษาไทย” มุ่งวางรากฐานระบบนิเวศ AI เพื่อการศึกษาที่ปลอดภัย มีจริยธรรม ครอบคลุม และลดความเหลื่อมล้ำ ผ่านการขับเคลื่อน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance) การใช้ AI อย่างมีจริยธรรม (AI Ethics) และความฉลาดรู้ด้าน AI (AI Literacy) เพื่อให้ผู้บริหาร ครูบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนทั่วประเทศ สามารถเลือกใช้และประยุกต์ใช้ AI ได้อย่างรู้เท่าทัน เหมาะสม และมีความรับผิดชอบ

เบื้องต้นวางกรอบระยะเวลาความร่วมมือภายใต้เอ็มโอยูนี้ไว้ 2 ปี เพื่อประสานความร่วมมือระหว่าง 5 หน่วยงานหลัก ในการขับเคลื่อนนโยบายและกลไกธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงจะมีภาคีเครือข่ายเพิ่มเติมในการสนับสนุนทรัพยากรเพื่อขยายการพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการพัฒนาผู้เรียน ซึ่งคาดหวังจะเห็นการนำหลักสูตรนี้ไปใช้ในการเรียนการสอนครอบคลุมทั้งโรงเรียนในสังกัด สพฐ. และสังกัด กทม.
“เป้าหมายสำคัญคือการสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้สถานศึกษานำ AI มาใช้ได้อย่างมั่นใจ รู้ว่าเทคโนโลยีใดเหมาะสม มีความเสี่ยงอย่างไร และควรมีมาตรการดูแลในระดับใด เพื่อให้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มโอกาสทางการศึกษา โดยไม่ทิ้งเรื่องความปลอดภัย จริยธรรม และสิทธิของผู้เรียนไว้ข้างหลัง ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการเชื่อมความเชี่ยวชาญของทุกหน่วยงาน เพื่อเปลี่ยนหลักการด้านธรรมาภิบาล AI ให้กลายเป็นแนวปฏิบัติที่โรงเรียน ครู และผู้เรียนสามารถนำไปใช้ได้จริง” ดร.ชัยชนะกล่าว
ดร.ภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า สถานศึกษากำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงจาก AI อย่างรวดเร็ว ครูและนักเรียนจึงต้องมีทั้งทักษะในการใช้เทคโนโลยี ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ตรวจสอบข้อมูล และตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ โดย สพฐ. จะสนับสนุนการนำหลักสูตร สื่อการเรียนรู้ และแนวปฏิบัติที่พัฒนาร่วมกันไปขยายผลสู่สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนต้นแบบและถ่ายทอดบทเรียนจากการใช้งานจริง ตั้งเป้าหมายนำการรับรู้สื่อ และแนวทางการจัดการเรียนรู้ไปใช้ให้ครอบคลุมโรงเรียนสังกัด สพฐ. กว่า20,000 โรงเรียนทั่วประเทศ ภายในปี 2569

ที่ผ่านมา สสวท. และ สพฐ. ได้ร่วมกันพัฒนา “ครูแกนนำ” และ “โรงเรียนแกนนำ” มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดความรู้เพื่อการขยายผล และมีทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ติดตามผล (Feedback Loop) เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงกระบวนการ
ทั้งนี้ สพฐ. ได้นำกรอบธรรมาภิบาล AI จาก ETDA หลักสูตรจาก สสวท. และม.ศิลปากร ตลอดจนภาคีเครือข่าย สู่การวางรากฐานและการสร้างความเข้าใจ การตระหนักรู้ในการใช้ AI อย่างมีจริยธรรมให้กับทั้งครูผู้สอนและผู้เรียน เพื่อปูพื้นฐานการเรียนรู้เชิงสมรรถนะ (Competency-based) สอดรับกับเป้าหมายการศึกษาไทยในปี 2570 และเกณฑ์ประเมินใหม่ของการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) ในปี 2572
ศาสตราจารย์ ดร.ภก.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากรกล่าวว่า มหาวิทยาลัยจะสนับสนุนการวิจัย การพัฒนานวัตกรรม และการทดลองใช้แนวทางหรือเครื่องมือด้าน AI ในสภาพแวดล้อมจริง พร้อมเชื่อมโยงนักวิจัยคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ ครู และสถานศึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์บริบทการศึกษาไทย
ที่ผ่านมามีการทำงานร่วมกับ ETDA สพฐ. สสวท. และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยเพื่อวางรากฐานการใช้ AI อย่างมีจริยธรรมในภาคการศึกษาไทย ผ่าน“หลักสูตรการใช้ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรมเพื่อการศึกษา” ประกอบด้วยเนื้อหา AI & Digital Ethics จำนวน 9 โมดูล รวม 20 ชั่วโมง ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานการทำงานของ AI การรู้เท่าทันข้อมูลและผลลัพธ์ที่ระบบสร้างขึ้น ไปจนถึงความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย อคติ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบในการใช้AI เพื่อการเรียนรู้ โดยปี 2569 ได้นำร่องหลักสูตรฯ แก่โรงเรียนเครือข่ายแล้ว100แห่ง
พร้อมยังได้พัฒนา “กรอบธรรมาภิบาลและมาตรฐานจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์สำหรับการศึกษาไทย” หรือ AI Governance and Ethics Framework for Thai Education และจัดทำคู่มือแนวปฏิบัติ 3 เล่ม สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและผู้ปกครอง ครอบคลุมแนวทางสำคัญ 7ด้าน ภายใต้หลัก “รู้–ประเมิน–พัฒนา” ซึ่งคู่มือดังกล่าว ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่ม หรือ Focus Group จากผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครู และผู้ปกครอง ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจากทั่วประเทศ เพื่อให้เนื้อหาสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและข้อจำกัดของสถานศึกษาที่แตกต่างกัน สามารถนำไปใช้ได้จริง และไม่สร้างภาระเพิ่มเติมแก่โรงเรียน
ทั้งนี้ ภายใต้ MOU ทั้ง 5 หน่วยงานจะร่วมกันต่อยอดการดำเนินงานใน 4แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1.พัฒนาหลักสูตร AI & Digital Ethics ขยายผลหลักสูตร 9 โมดูล เพื่อเสริมความรู้และทักษะให้ครูและผู้เรียนเข้าใจทั้งโอกาส ข้อจำกัด และความเสี่ยงของAI สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมและรับผิดชอบ2. พัฒนาคู่มือกรอบธรรมาภิบาล AI สำหรับสถานศึกษา เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้บริหารครู และผู้ปกครอง สามารถกำหนดนโยบาย เลือกใช้เครื่องมือ ประเมินความเสี่ยงและดูแลการใช้ AI โดยคำนึงถึงสิทธิเด็ก ความปลอดภัย และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
3.ผลักดันศูนย์ส่งเสริมธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์สำหรับการศึกษา ให้เป็นกลไกกลางในการรวบรวมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สนับสนุนงานวิจัย พัฒนาบุคลากรและเชื่อมโยงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับมาตรฐานการใช้ AI ในภาคการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และ 4.พัฒนา AI Playground & Governance Sandbox เป็นพื้นที่สำหรับทดลองนวัตกรรมและเครื่องมือ AI เปิดโอกาสให้ครู นักเรียน นักวิจัยและผู้พัฒนาได้เรียนรู้ร่วมกัน พร้อมประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนนำไปใช้หรือขยายผลในวงกว้าง
รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า สำหรับเนื้อหา AI & Digital Ethics จำนวน 9 โมดูลใน “หลักสูตรการใช้ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรมเพื่อการศึกษา” สสวท. ได้พัฒนาขึ้นสำหรับระดับประถมศึกษาตอนปลายมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยนำไปใช้ในโรงเรียนสังกัดสพฐ. กว่า 1,500 แห่งตั้งแต่ปี 2568 ถือเป็นหลักสูตรแรกในภูมิภาคอาเซียน
ล่าสุด สสวท. กำลังร่วมกับผู้เชี่ยวชาญพัฒนา “กรอบความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy Framework)” ซึ่งคาดว่าจะประกาศใช้ภายในปลายปี 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับครูและเด็กไทยสำหรับการประเมินสมรรถนะ PISA 2029 ที่จะมีเกณฑ์การประเมินใหม่ด้าน Media and AI Literacy เพื่อให้เด็กไทยสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้
“แม้บางประเทศจะสั่งห้ามใช้ AI ในโรงเรียน แต่ในความเป็นจริงเราไม่สามารถห้ามเด็กใช้นอกโรงเรียนได้ ดังนั้นการรู้เท่าทัน AI จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ผู้ใหญ่และครูต้องเรียนรู้ควบคู่ไปกับเด็ก เพื่อชี้แนะให้เด็กใช้ AI ในการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ไม่ใช่ให้ AI มาทำลายพัฒนาการทางสมอง หลักสูตรและสื่อการเรียนรู้จึงต้องช่วยให้เด็กเข้าใจทั้งประโยชน์ ข้อจำกัด และความรับผิดชอบของตนเองเมื่อใช้AI” รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช กล่าว
ศาสตราจารย์ ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ.กล่าวว่า สมศ. จับตามองสถานการณ์เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงติดตามผลกระทบของการใช้ AI ในต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด บอร์ด สมศ. ได้ผ่านความเห็นชอบ “ตัวชี้วัดสำคัญเกี่ยวกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน” โดยกำหนดเรื่อง “ความฉลาดรู้ทางปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยี (AI & Digital Literacy)” เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดหลักที่จะใช้ประเมินสถานศึกษาทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ มองว่าการขับเคลื่อน AI ไม่ควรรอหลักสูตรที่เป็นรูปเล่มทางการ แต่เน้นการทำชุดวิชาที่ “เรียนง่าย เข้าใจไว ตามวัย” ที่สอดคล้องกับผู้เรียนและบูรณาการสอดแทรกเข้ากับการเรียนรู้ในทุกรายวิชา ด้านการเตรียมความพร้อมครูและบุคลากรนั้นควรสอดแทรกความรู้เรื่องธรรมาภิบาลและจริยธรรม AI ตั้งแต่ระดับนักศึกษาชั้นปีที่กำลังฝึกสอน และในกระบวนการทดสอบประกอบวิชาชีพครู ครอบคลุมถึงในการทำผลงานวิทยฐานะ ที่ควรสร้างความตระหนักรู้ให้ครูใช้ AI ในการจัดการเรียนการสอนและการทำผลงานขอตำแหน่งทางวิชาการ/วิทยฐานะอย่างถูกต้องและมีจริยธรรม
“เราพร้อมทำหน้าที่เป็นพันธมิตรร่วมกับภาคีเครือข่าย และเป็นกัลยาณมิตรของโรงเรียน ในการส่งเสริมธรรมาภิบาลและจริยธรรมการใช้ AI ควบคู่กับการพัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคม (Social-Emotional Learning) ของเด็ก ขณะเดียวกันเราอยากเห็นสถานศึกษาและผู้บริหารจัดเตรียมสภาพแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐาน(Infrastructure) และการสร้างความเข้าใจแก่ผู้ปกครองเพื่อร่วมดูแลการใช้ AI ของผู้เรียนอย่างชาญฉลาดด้วย” ดร.องอาจ กล่าว
#ETDA #ThaiSMEs #สพฐ. #สมศ. #สสวท. #ม.ศิลปากร #หลักสูตรการใช้AIอย่างมีจริยธรรม