กองบรรณาธิการ

ที่ผ่านมาเมื่อพูดถึงเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ภาพจำส่วนใหญ่จะมองไปที่โครงสร้างพื้นฐานที่ล้ำสมัยและการเชื่อมโยงระบบบริการอัจฉริยะเป็น “โจทย์” ลำดับต้นๆ ซึ่งกลายเป็นข้อจำกัดของเมืองขนาดเล็กในระดับเทศบาลที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตร แต่สำหรับเทศบาลเมืองสีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า“ขนาดของเมือง” ไม่ใช่ขีดจำกัด หากรู้จักนำ “ข้อมูล” มาใช้ยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมือง และส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชน
ภายในเวลาเพียง 2 ปี เทศบาลขนาดเล็กแห่งนี้ใน ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมาซี่งมีขนาดพื้นที่เพียง 11.63 ตารางกิโลเมตร ได้พลิกโฉมเมืองสู่ Smart City เต็มรูปแบบ จับมือกับผู้นำระดับโลกด้านแพลตฟอร์ม Location Intelligenceเชื่อมทุกข้อมูลเมืองไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ยกระดับบริการประชาชนรอบด้าน พร้อมสร้างช่องทางการเข้ามามีส่วนร่วมของประชากรในพื้นที่ ทั้งการแจ้งปัญหา ตรวจสอบติดตามการทำงานของเทศบาล และระบบประเมินความพึงพอใจอย่างโปร่งใส จนวันนี้ “สีคิ้ว โมเดล” กลายเป็นต้นแบบความสำเร็จว่า แม้จะเป็นเมืองเล็กและมีงบประมาณจำกัด แต่หากมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและใช้ข้อมูลนำทาง ก็สามารถขับเคลื่อนเมืองสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะได้

นายปรีชา จันทรรวงทอง นายกเทศมนตรีเมืองสีคิ้ว ผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดัน “สีคิ้วโมเดล” เล่าถึงความท้าทายในอดีตว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดของการบริหารเมืองคือข้อมูลที่แยกส่วน (Silo) ที่ต่างฝ่ายต่างจัดเก็บ รวมถึงการบันทึกข้อมูลในรูปแบบกระดาษ ฝ่ายบริหารมองไม่เห็นภาพรวมที่แท้จริงของเมือง ทำให้การทำงานซ้ำซ้อนการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาล่าช้า อีกทั้งการตัดสินใจจึงไม่ได้อยู่บนฐานของข้อเท็จจริงที่เป็นปัจจุบัน ซึ่งบางครั้งก็นำไปสู่การจัดสรรงบประมาณที่ไม่ตรงกับปัญหาจริงเพราะไม่มี “หน้าจอ” ที่จะบอกสถานะของเมืองแบบเรียลไทม์
นิยาม Smart City ของสีคิ้วจึงถูกกำหนดว่า“คือการทำให้ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือรวบรวมข้อมูลเพื่อช่วยในการทำงาน” โดยเลือกที่จะไม่เลียนแบบโมเดลของเมืองใหญ่ที่เน้นระบบขนส่งซับซ้อนแต่เลือกตีโจทย์จาก Pain Points ของคนสีคิ้วเอง โดยพุ่งเป้าไปที่ 3 มิติหลัก คือ สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข และการบริหารจัดการเมืองเพราะนี่คือเรื่องที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด
“เป้าหมายคือคุณภาพชีวิต เทคโนโลยีเป็นแค่เครื่องมือ ในการรวบรวมข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ เมื่อก่อนเราตัดสินใจจากประสบการณ์และความรู้สึก ซึ่งบางทีมันไม่ได้ผลจริง แต่ตอนนี้เราตัดสินใจบนฐานข้อมูล (Data-driven) เราเริ่มจริงจังมาประมาณ 1-2 ปีแล้ว หลังจากที่ไปศึกษาดูงานจากหลายที่”
นำร่อง 3 โจทย์ปัญหาใกล้ตัว
ความสำเร็จของ “สีคิ้ว โมเดล” เกิดจากการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม สามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานแก้ไขปัญหาของเมืองได้แม่นยำและตรงจุด ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่
1.ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (Smart Environment) ใช้ ArcGIS ติดตามและวิเคราะห์พื้นที่สีเขียวของเมือง โดยปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 3 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 622.025 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ข้อมูลนี้ได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก(TGO) พร้อมต่อยอดวางแผนขยายขอบเขตต่อไป
2.ด้านสาธารณสุข (Smart Health) พัฒนาระบบข้อมูลเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางกว่า170 ราย และติดตามสถานการณ์สุขภาพในพื้นที่ รวมถึงก้าวสำคัญสู่พื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าในระดับท้องถิ่น โดยสามารถฉีดวัคซีนได้เกินเป้าถึง 117% ควบคู่กับการควบคุมปริมาณสัตว์เชิงรุก ต่อยอดสู่การยกระดับระบบฐานข้อมูลประชากรสัตว์ เพื่อประสิทธิภาพการป้องกันโรคที่แม่นยำและครอบคลุม
และ 3.ด้านการบริหารจัดการเมือง (Smart Governance) ที่ขยายผลมาสู่ Smart Living เชื่อมต่อระบบรับเรื่องร้องเรียนจากหลายช่องทาง ทำให้สามารถติดตามและแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราการดำเนินการแล้วเสร็จครบ100% อีกทั้งยังตอบโจทย์เรื่องความโปร่งใสและธรรมาภิบาล เช่น มีการใช้ข้อมูลดิจิทัลช่วยให้การจัดเก็บภาษีที่ดินและค่าขยะ มีความเท่าเทียม ตรวจสอบได้ 100% ไม่มีการยกเว้น
“การร้องเรียนของประชาชน ปัจจุบันเราเปลี่ยนจากกระดาษมาใช้บัญชีไลน์ทางการของเทศบาล (Line OA) เพราะใช้ง่าย ผมลองคำนวณดู ถ้ามาเทศบาลต้องใช้เวลาเดินทางเฉลี่ย 15 นาที และรอเดินเอกสารตามระเบียบอีก 2 วัน แต่ผ่านระบบนี้ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีในการแจ้ง เรานำแนวคิดภาคเอกชนที่เน้นความรวดเร็วมาใช้เพื่อให้ประชาชนประทับใจ เรื่องความโปร่งใส เรามีการประชุมติดตามงานทุกวันจันทร์โดยท่านปลัด เรื่องไหนที่เกิน 48 ชั่วโมงต้องชี้แจงในที่ประชุม ระบบนี้ทำให้ข้อมูลส่งตรงถึงผู้ปฏิบัติงานทันทีโดยไม่ต้องผ่านลำดับชั้นหัวหน้างาน ทำให้การบริหารงานรวดเร็วและตรวจสอบได้ 100%”
ArcGIS : เปลี่ยนแผนที่กระดาษสู่แพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์
วิสัยทัศน์ของเทศบาลเมืองสีคิ้ว ก็คือ การทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น(Smart Life) โดยเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นเครื่องมือชี้เป้าปัญหา และใช้ประโยชน์จากข้อมูลแบบรวมศูนย์ โดยจับมือกับพันธมิตรอย่าง ESRI Thailand ใช้แพลตฟอร์ม ArcGIS นำเทคโนโลยี GIS เข้ามาบูรณาการข้อมูลและเชื่อมโยงข้อมูลเมืองในรูปแบบดิจิทัลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว “Geo CDP (Geo City Data Platform)” หรือแพลตฟอร์มบริหารจัดการเมืองเชิงพื้นที่ เปลี่ยนชุดข้อมูลด้านต่างๆของเมืองให้กลายเป็นแผนที่ดิจิทัล ที่ทุกคนมองเห็นภาพเดียวกันแบบ Real-time

นางสาวกัลยานี พรพัฒนกุลฑล ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมภูมิสารสนเทศ และเมืองอัจฉริยะกลุ่มบริษัท ซีดีจี อธิบายว่า ArcGIS คือการทำLocation Intelligence ข้อมูลสามารถซ้อนทับกันได้ (Layer) เช่น การทำ Heat Map เพื่อดูว่าบริเวณไหนมีการแจ้งปัญหาเยอะ หรือเอาพิกัดกล้อง CCTV มาซ้อนเพื่อดูว่าจุดไหนได้รับการแก้ไขแล้ว แพลตฟอร์ม ArcGIS ช่วยย่อยข้อมูล (Data Analytics) จากจุดยิบ ๆ บนแผนที่ให้กลายเป็นสถิติที่ดูง่าย เพื่อให้ผู้บริหารนำไปใช้ต่อได้ทันที
นอกจากนี้ เรายังสร้าง Digital Twin (เมืองจำลองดิจิทัล) ให้กับเมืองสีคิ้วด้วย ซึ่งมีประโยชน์มากในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การจำลองสถานการณ์น้ำท่วม(Simulation) เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงในรูปแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ
จากหน้าจอสู่การลงมือทำ : ผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้

นางสาวจรรยาพร แขพุดซา นักวิชาการสุขาภิบาลปฏิบัติการ กล่าวว่า ในฐานะผู้ปฏิบัติงาน ตอนแรกก็กังวลเพราะไม่ได้จบไอทีมาโดยตรง (จบสิ่งแวดล้อม) แต่พอได้ศึกษาGIS และแพลตฟอร์มนี้ พบว่าเข้าถึงง่าย เป็นแบบ No-code คือไม่ต้องเขียนโปรแกรม แค่เอาข้อมูลจาก Excel หรือ Data ที่มีมา Clean แล้วอัปโหลดขึ้นระบบ
ทั้งนี้ เมื่อข้อมูลถูกเปลี่ยนให้เป็นพิกัดบนแผนที่ ประสิทธิภาพการทำงานก็ก้าวกระโดดผ่านเสียงสะท้อนของคนทำงาน :

• มิติด้านสาธารณสุข : นายสัตวแพทย์ ธนนท์บุตรสมบัติ นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการเล่าว่าระบบช่วยให้การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทำได้เกินเป้าถึง 117% เพราะมีข้อมูลประชากรสัตว์ที่แม่นยำ และโปร่งใสจนตอบคำถามชุมชนได้ชัดเจน
• มิติด้านการจัดการเมือง : นางสาวจรรยาพร แขพุดซา นักวิชาการสุขาภิบาล เผยว่าระบบร้องเรียนผ่าน Line OA ช่วยให้แก้ปัญหาได้ไวขึ้นมาก “เมื่อก่อนต้องใช้เวลา2-3 วันกว่าเรื่องจะถึงเจ้าหน้าที่ แต่ถ้าแจ้งผ่านระบบ 48 ชั่วโมงเสร็จ บางงานเสร็จภายในชั่วโมงเดียวด้วยซ้ำ”
• มิติด้านสิ่งแวดล้อม : นอกเหนือจากการวิเคราะห์ความเข้มข้นของพื้นที่สีเขียวบนพื้นที่ 11.63 ตารางกิโลเมตร จนพบว่าปัจจุบันมีพื้นที่สีเขียวต่อประชากรเกินเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ไปแล้วความน่าสนใจของ “สีคิ้ว โมเดล” ยังรวมไปถึงการจัดทำ “ทะเบียนต้นไม้รายต้น” (Tree Inventory) ที่สวนสาธารณะบึงสีคิ้ว เจ้าหน้าที่และนักศึกษาฝึกงานจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ได้ร่วมกันปักหมุดสำรวจต้นไม้กว่า 1,304 ต้น โดยจัดเก็บข้อมูลทั้งชนิดพันธุ์ พิกัดความสูง และเส้นรอบวง เพื่อนำมาคำนวณการกักเก็บคาร์บอน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ช่วยชี้เป้าให้เทศบาลรู้ว่าควรจะเติมพื้นที่สีเขียวที่จุดไหนเพื่อสร้างปอดให้เมืองอย่างยั่งยืน
เมืองอัจฉริยะ “สีคิ้ว” ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นายสัตวแพทย์ธนนท์ กล่าวเสริมว่า ข้อมูลจาก Geo CDP ไม่ได้ถูกใช้แค่เพื่อสถิติแต่ยังช่วยทำลายกำแพงระหว่างหน่วยงาน เช่น สาธารณสุขพัฒนาชุมชน และสังคมสงเคราะห์ เช่น เมื่อก่อนข้อมูลเบี้ยยังชีพอยู่ที่งานพัฒนาชุมชน ข้อมูลสุขภาพอยู่ที่กองสาธารณสุข แต่ตอนนี้ทั้ง 3 หน่วยงาน เห็นข้อมูลชุดเดียวกันผ่านระบบกลางทำให้บูรณาการการดูแลได้ทันที โดยข้อมูลส่วนบุคคลจะเห็นเฉพาะเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย PDPA
ขณะที่ การรู้พิกัดที่ชัดเจนของผู้ป่วยติดเตียงยังมีผลโดยตรงต่อการบริหารเมืองได้แก่ การวางแผนโครงสร้างพื้นฐาน เมื่อรู้ว่าซอยไหนมีผู้ป่วยต้องใช้รถเข็นหรือเดินทางบ่อย เทศบาลจะจัดสรรงบประมาณไปทำถนนเส้นนั้นให้เรียบเสมอกันก่อน รวมถึงการวางระบบความปลอดภัยอัคคีภัย โดยในโซนที่มีการกระจุกตัวของผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เทศบาลจะวางระบบป้องกันและเฝ้าระวังไฟไหม้ที่เข้มงวดกว่าปกติ
“แม้แต่เรื่องสุนัขจรจัด ข้อมูลก็สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อก่อนข้อมูลในกระดาษมีไม่ถึง 100 ตัว แต่เมื่อปูพรมสำรวจด้วยระบบ GIS พบว่ามีจำนวนมากกว่านั้นมากท่านนายกฯ จึงอนุมัติงบประมาณเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และยังช่วยลดความขัดแย้งกับชุมชนด้วยการโชว์ Data ว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ถึงต้องลงพื้นที่บางชุมชนบ่อยกว่าเพราะมีข้อมูลความเสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้าฟ้องอยู่บนแผนที่”
ก้าวต่อไปสู่การสร้าง Smart People
ความสำเร็จของ “สีคิ้ว โมเดล” ยังสะท้อนผ่านการสร้างความมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ เทศบาลมีการจ้าง นักเรียนมัธยมช่วงปิดเทอม ให้มีรายได้วันละ 300 บาท เพื่อถือสมาร์ทโฟนลงพื้นที่สำรวจข้อมูลครัวเรือนกว่า 8,000 หลัง ซึ่งน้องๆทำได้แม่นยำมากจนเห็นข้อมูลจริงที่ต่างจากทะเบียนราษฎร์ เช่น บ้านร้าง หรือบ้านสร้างใหม่ที่ยังไม่เข้าระบบภาษีขยะ
นายกฯ ปรีชา กล่าวว่า ปัจจุบันเห็นความเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ที่สะท้อนผ่านคะแนนความพึงพอใจของประชาชนที่สูงถึง 4.81 จาก 5 ดาวและเรายังมีการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเพื่อประเมินการทำงานในทุกด้านทุกปีด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้เรามองข้ามไปถึงการสร้าง “Smart People” ซึ่งจะเป็นวาระสำคัญของเทศบาลเมืองสีคิ้ว ตั้งแต่ปีนี้ เพราะมองว่าแม้เทคโนโลยีจะดีแค่ไหน หรือมีงบประมาณมหาศาลเพียงใด แต่ถ้าประชาชนเข้าไม่ถึงหรือใช้ไม่เป็น ความยั่งยืนก็จะไม่เกิดขึ้น
“เป้าหมายสูงสุด เราอยากเห็นประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มนี้และใช้ประโยชน์ได้จริง เช่น ประการชนสามารถดูข้อมูล Real-time ผ่านแผนที่เพื่อเลี่ยงรถติดหรือดูสภาพอากาศก่อนเดินทาง ซึ่งหากประชาชนใช้งานเป็นและเข้าถึงระบบได้ จะทำให้การขับเคลื่อนเมืองในระยะยาวมีความยั่งยืน”
ความสำเร็จของ “สีคิ้ว โมเดล” กำลังส่งข้อความไปถึงทุกเมืองในประเทศไทยว่าความเป็น Smart City ไม่ได้สงวนสิทธิ์ไว้เฉพาะหัวเมืองใหญ่หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษเท่านั้น แม้จะเป็นเทศบาลขนาดเล็กที่ดูเหมือนจะห่างไกลความไฮเทค แต่หากมีความกล้าที่จะเปลี่ยน “วิธีคิด”และความมุ่งมั่นที่จะนำ ‘พลังของข้อมูล’ มาใช้เป็นเข็มทิศในการบริหารงาน เมืองนั้นก็สามารถทะยานสู่ความอัจฉริยะได้ เทศบาลเมืองสีคิ้ว ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อเทคโนโลยีถูกวางไว้บนฐานของความเข้าใจและความรักที่มีต่อท้องถิ่น ก็จะกลายเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีความสะดวกสบายให้กับประชาชนในพื้นที่แบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
#สีคิ้วโมเดล #SmartCity #ThaiSMEs