กองบรรณาธิการ

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เดินหน้าปรับองค์กรสู่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับชาติ พร้อมขับเคลื่อนโครงการยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ความมั่นคงของประเทศ และบริการดิจิทัลเพื่อภาครัฐและประชาชนอย่างต่อเนื่อง
พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกเป็นผลขาดทุน 1,100 ล้านบาท จากการที่สัญญาพันธมิตรสิ้นสุดลงจากเดิมมีกำไรพันธมิตรปีละ 10,000 ล้านบาท โดยคาดสิ้นปีผลประกอบการขาดทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งดีกว่าแผนที่ตั้งไว้ว่าจะขาดทุนประมาณ 6,000 ล้านบาท เกิดจาก NT ได้ดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกมิติ จากที่มีค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว เช่น ภาระค่าใช้จ่ายในโครงการปรับโครงสร้างกำลังคนโดยความสมัครใจ (Mutual Separation Plan : MSP) ลดพนักงานโดยการเกษียณอายุก่อนกำหนด ซึ่งแม้ยังไม่เป็นไปตามเป้าและอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติม ทั้งการบริหารต้นทุน การใช้สินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและการลดค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อน เพื่อควบคุมไม่ให้ผลขาดทุนจริงมากไปกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ รวมถึงเตรียมรับมือสถานการณ์และปัจจัยต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อรายได้
นอกจากนี้รายได้ในกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile) ลดลง ขณะที่การเติบโตของกลุ่มธุรกิจบริการดิจิทัล (Digital Services) ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังไม่สามารถทดแทนรายได้หลักเดิมได้ทัน ประกอบกับปัจจัยภายนอก ได้แก่ สภาวะตลาดและเศรษฐกิจชะลอตัว ต้นทุนพลังงานและสินค้าพุ่งสูงจากสภาวะสงครามขณะเดียวกัน NT ยังคงเร่งสร้างรายได้จากธุรกิจดิจิทัล ควบคู่กับการบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กร โดยคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานทั้งปีจะดีกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ สำหรับผลการดำเนินงานปี2568 NT สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 3,004 ล้านบาท จากการควบคุมค่าใช้จ่าย ส่งผลให้คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการจ่ายโบนัสตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่พนักงานในการร่วมกันขับเคลื่อนองค์กร ทั้งนี้ผลดำเนินงาน NT ในปี 2570
จะมีรายได้จากธุรกิจดิจิทัลและ ICT Solutions เป็นหลักอยู่ที่ประมาณ 7,000 ล้านบาท และคาดหมายองค์กรจะมีกำไรในปี 2571 ส่วนปี 2569 และ ปี 2570 ตามแผนวิสาหกิจคาดการณ์ไว้จะขาดทุน 2 ปี
ในด้านการดำเนินธุรกิจ NT ยังคงมุ่งพัฒนาธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลควบคู่กับการขยายบริการดิจิทัลและ ICT Solutions เพื่อรองรับความต้องการของภาครัฐและภาคธุรกิจ สะท้อนศักยภาพของธุรกิจดิจิทัลและบริการที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของ NT ในอนาคต ขณะเดียวกัน NT ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการยุทธศาสตร์ของประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ การพัฒนาโครงข่ายสื่อสารเฉพาะกิจเพื่อรองรับภารกิจด้านความมั่นคงและการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (PSMN) การพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อรองรับรัฐบาลดิจิทัล และ NT ยังมุ่งสร้างความมั่นคงด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการคุ้มครองข้อมูลสำคัญของประเทศ ด้วยการผลักดันการบริหารสมดุลเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (International Traffic Balancing) พร้อมทั้งโครงการNational Security Zone และ Digital Sovereignty รวมถึงการพัฒนาระบบวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล ตามมาตรฐานองค์กรทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization : IMO) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและสนับสนุนการให้บริการสาธารณะของประเทศ
NT ยังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรและพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ พร้อมกับเน้นปรับลดค่าใช้จ่าย รวมถึงบูรณาการระบบต่าง ๆ อาทิ ศูนย์ปฏิบัติการเครือข่าย (Network Operations Center : NOC) การเชื่อมโยงระบบโครงข่ายและศูนย์บริการลูกค้า รวมถึงระบบซอฟต์แวร์ต่างๆขององค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สอดคล้องกับสภาพการแข่งขันในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมุ่งเพิ่มมูลค่าและใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ขององค์กร และเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในระยะยาว ตลอดจนการสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อความมั่นคงของประเทศ และยกระดับการให้บริการดิจิทัลเพื่อภาครัฐและประชาชน
#NT #NationalDigitalInfrastructure
#ThaiSMEs