เสียวหมี่ เปิดตัว สมาร์ทโฟน REDMI Note 15 Series พร้อมบริการหลังการขาย อันดับ 1 ในไทย พิเศษ ซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงภายใน 28 ก.พ. นี้รับประกันสุดคุ้ม 4 ต่อ

กองบรรณาธิการ

Screenshot

เสียวหมี่ โชว์ศักยภาพผู้นำเรื่อง After sales service บริการหลังการดีเยี่ยมอันดับ 1 ในไทย มาพร้อมกับ การรับประกันสุดพิเศษ 4 ต่อ สำหรับลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569  ลูกค้าจะได้รับ

ประกันแบตเตอรี่ฟรี 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปีและ รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี

การเปิดตัว REDMI Note 15 Series สมาร์ทโฟนเรือธงอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 2569 ของเสียวหมี่ ประเทศไทย ไม่เพียงนำเสนอสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับนวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ ยังเสริม

ประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลแบบไร้รอยต่อ

ความทนทานของ REDMI Titan ออกแบบมาเพื่อรับมือทุกความท้าทายในชีวิตประจำวันและที่สำคัญยังให้ความสำคัญอย่างมากสำหรับบริการหลังการขายเพื่อเสริมความแกร่งและความยั่งยืน ด้วยบริการหลังการขายที่พิเศษสุดอันดับ 1 รองรับความสุข ความประทับใจของเสียวหมี่แฟน

สำหรับสมาร์ทโฟน REDMI Note 15 Series ที่นำเสนอสู่ตลาด ประกอบด้วยREDMI Note 15 Pro+ 5G, REDMI Note 15 Pro 5G, REDMI Note 15 5G และREDMI Note 15 ที่มีจุดเด่นด้านความทนทานระดับไททันของ REDMI

Screenshot
Screenshot

REDMI Note 15 Pro+ 5G, REDMI Note 15 Pro 5G ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตSnapdragon 7s Gen 4 mobile platform และ MediaTek เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพให้รวดเร็วยิ่งขึ้น  มีความทนทานระดับ REDMI Titan ซึ่งผสานรวมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน ความทนทานต่อการตกกระแทก และการป้องกันฝุ่นและน้ำเพื่อยกระดับมาตรฐานความแข็งแกร่งใหม่ให้กับสมาร์ทโฟน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ซิลิคอนคาร์บอน (SiC) ในขนาดความจุ 6500mAh รองรับการชาร์จเร็ว 100W HyperCharge และการชาร์จย้อนกลับ 22.5W จึงมอบทั้งความอึดและความเร็วในการชาร์จระดับเรือธง นอกจากนี้ในสมาร์ทโฟนรุ่น Pro ทุกรุ่นแบตเตอรี่ SiC จะทำงานร่วมกับระบบจัดการแบตเตอรี่ Xiaomi Surge เพื่อช่วยคงความจุของแบตเตอรี่ไว้ได้ 80% หรือมากกว่าหลังผ่านการชาร์จ 1,600 รอบ ซึ่งเทียบเท่าการใช้งานทั่วไปยาวนานประมาณ 6 ปี สามารถรองรับการชาร์จแบบย้อนกลับ โดยรองรับกำลังไฟ 22.5W หรือ 18W ขึ้นอยู่กับรุ่น จึงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความยืดหยุ่นในการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15

มาพร้อมระบบกล้องความคมชัดสูงระดับ 108MP และมอบประสบการณ์เทเลโฟโต้ระดับออปติคัล 3x, AI image editing tools ที่ออกแบบมาเพื่อการสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวัน มีหน้าจอขนาด 6.77 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี PWM dimming 3840Hz และการรับรองด้านการถนอมสายตาถึง 3 มาตรฐาน ด้วยการรับรองมาตรฐานการดูแลสายตาถึงสามระดับ จึงทำให้สมาร์ทโฟนในซีรีส์นี้รับประกันได้ทั้งความคมชัดและความสบายตาในทุกสภาพแสง

Screenshot

ใบเฟิร์น – พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ Ambassador ของ REDMI Note 15 Series ผู้ทดลองการใช้งานจริงในงานเปิดตัวสมาร์ทโฟน กล่าวว่า จากการทดลองสมาร์ทโฟน REDMI Note 15 Series ทั้ง

ทุบด้วยค้อน หล่นลงพื้น เปียกน้ำ อยู่ในเครื่องซักผ้า สมาร์ทโฟน REDMI Note 15 Series สามารถทำงานได้ตามปรกติ ”เฟิร์นเฟิร์ม“

ดังนั้น สมาร์ทโฟน REDMI Note 15 Series ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งานทั่วโลก ด้วยการผสานจุดเด่นอย่างลงตัว ทั้งด้านความทนทาน การถ่ายภาพ ประสิทธิภาพการทำงาน และการยกระดับประสบการณ์ด้านหน้าจอ โดยพัฒนาบนรากฐานที่เชื่อถือในความทนทานของ REDMI Titan สมาร์ทโฟนซีรีส์นี้จึงพร้อมรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปกับการมอบคุณภาพการถ่ายภาพอันเหนือระดับ ประสิทธิภาพที่ลื่นไหล และประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นไร้รอยต่อ

เพื่อเพิ่มความมั่นใจสำหรับเสียวหมี่แฟน และลูกค้าทั่วไป เสียวหมี่ยังยกระดับการบริการหลังการขายอันดับ 1 ด้วยการนำเสนอการันตีและการรับประกันตัวเครื่องจากเดิม 15 เดือนเป็น 24 เดือน หรือ 2 ปี รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, และรับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปีสำหรับลูกค้าที่ซื้อสมาร์ทโฟน REDMI Note 15 Pro+ 5G, REDMI Note 15 Pro 5G ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569

การวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

Screenshot

REDMI Note 15 Pro+ 5G รุ่นความจุ 12GB+512GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่Mocha Brown, Glacier Blue และ Black วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม2569 เป็นต้นไปในราคา 14,990 บาท

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 Pro+ 5G ในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 รับฟรี Xiaomi Smart Air Purifier 4 compact, รับฟรี Mi Smart Standing Fan 2 Lite รวมมูลค่าของสมนาคุณ 13,687 บาท นอกจากนี้ยังนำเครื่องเก่ามาแลกใหม่และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2,400 บาท

REDMI Note 15 Pro 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Titanium Color, Mist Purple และ Black โดยรุ่นความจุ 12GB+512GB วางจำหน่ายในราคา 12,990 บาทและรุ่นความจุ 8GB+256GB20 วางจำหน่ายในราคา 9,999 บาท

Screenshot

REDMI Note 15 5G รุ่นความจุ 8GB+256GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Glacier Blue, Mist Purple, และ Black โดยวางจำหน่ายในราคา 8,499 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 5G รุ่นความจุ 8GB+256GB ในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569  รับฟรี Xiaomi Backpack, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี, และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปีรวมมูลค่าของสมณาคุณ9,488 บาท

Screenshot

REDMI Note 15 รุ่นความจุ 8GB+256GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Glacier Blue, Purple และ Black โดยวางจำหน่ายในราคา 6,699 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 รุ่นความจุ 8GB+256GB ในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569  รับฟรี Xiaomi Backpack, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี, และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมณาคุณ9,488 บาท

เพื่อขยายฐานลูกค้ามากยิ่งขึ้น เสียวหมี่ยังร่วมกับ เอสจี แคปปิตอล ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน REDMI Note 15 Series ด้วยโปรแกรม SG Finance+ โดยดาวน์เริ่มต้น 10%

นอกจากนี้ มร. ไมเคิล โจว ผู้จัดการประจำเสียวหมี่ ประเทศไทย กล่าวว่า ในปี 2026 นี้เสียวหมี่มีนโยบายในการนำเสนอผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยมสู่ตลาด ภายใต้กลยุทธ์Premiumization เนื่องจาก เสียวหมี่มีการลงทุนในเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่รองรับความต้องการของตลาด โดยในปี 2026-2030 เสี่ยวหมี่มีแผนที่จะใช้งบประมาณ 28 พันล้านเหรียญสหรัฐในการพัฒนาเทคโนโลยี 3 ด้านหลักประกอบด้วย เทคโนโลยี AI โอเอส และชิปเซ็ต (AI x OS x Chipset) เพื่อรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดทั่วโลก

สำหรับภาพรวมการทำตลาดในประเทศไทย ไตรมาส1 ถึงไตรมาส 3 ปี 2025 ที่ผ่านมาเสียวหมี่ มีส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทโฟนอยู่ในอันดับ 3 มียอดขาย tablets อันดับ 1 ใน Shopee มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 สำหรับอุปกรณ์ wearable อาทินาฬิกาข้อมือ อุปกรณ์ AIoT เป็นต้น นอกจากนี้ปัจจุบันเสียวหมี่มี Xiaomi Store จำนวน 56 แห่งและมีแผนที่จะเพิ่มเป็น 130 แห่งในสิ้นปีนี้ เพื่อตอกย้ำการลงทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการกับลูกค้า สำหรับผลิตภัณฑ์ REDMI Notes Series มีฐานลูกค้ามากกว่า 4.5 ล้านราย โดย REDMI Note Pro Series ในปี2025 มีการเติบโต 78% (78% YoY) เมื่อเทียบกับปี 2024 และ REDMI Note Series ในปี 2025 มีการเติบโต 50% (50% YoY) เมื่อเทียบกับปี 2024

#เสียวหมี่ #ThaiSMEs

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *